Year 2025 ── .✦
การมาทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นครั้งที่ 2 !! ในครั้งนี้ก็เป็นช่วงหน้าหนาวเหมือนเดิม เป้าหมายในรอบนี้คือการได้ไปสวนสนุกหลายๆแห่ง อาจจะเที่ยวในตัวเมืองให้มากขึ้น
ในเดือนแรกของการมาถึงญี่ปุ่น จะใช้วันหยุดไปกับการหาร้านอาหารใหม่ๆ ร้าน izakaya ใหม่ๆ กินดื่มสังสรรค์กับพวกรุ่นพี่เป็นส่วนมาก ถือว่าเป็นการเปิดแมพในโตเกียวให้รู้จักสถานที่มากขึ้น

ในเดือนต่อมาก็จะเป็นการเริ่มทำเมนูอาหารใหม่ๆ เนื่องจากได้มีโอกาสเดินไปเจอซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งที่ขายวัตถุดิบสำหรับทำอาหารในราคาที่ถูกมาก ซึ่งเมนูที่ชอบในครั้งนี้ก็จะเป็นราเม็ง ที่ใส่น้ำซุปกระดูกหมู(สำเร็จรูป) กับของทุกอย่างที่คิดว่าจะเข้ากันได้ลงไป 5555555555555

_____________________________________
🐙大阪 〔Osaka〕⋆.˚
และในเดือนที่ 3 นี้เอง ที่เราจะได้ไปเที่ยวโอซาก้าเป็นครั้งแรก!! โดยการไปครั้งนี้จะนั่งเครื่องบินไป เนื่องจากได้ตั๋วในราคาถูกมา ส่วนที่พักจะเป็นนอน 2 คืน ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆเป้าหมายหลักของเราในทริปนี้ นั่นก็คือ Universal Studio Japan (USJ) นั่นเอง!!!

และก็แน่นอนว่ามาถึงโอซาก้าต้องถ่ายรูปเช็คอินกับป้ายกุริโกะ เพื่อให้รู้ว่าเรามาถึงแล้ว555
จากนั้นก็เดินเล่นจนถึงเวลาบ่ายสาม ซึ่งเป็นเวลาที่สามารถเช็คอินเข้าที่พักได้แล้ว โดยที่พักสามารถสังเกตุเห็นได้ง่ายมาก เพราะมีสไปเดอร์แมนเกาะกำแพงอยู่...

ภายในที่พักจะให้อารมณ์เหมือนอพาร์ทเม้นท์ มีข้าวของเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ครบทุกอย่าง เรียกได้ว่าเราเอามาแค่เสื้อผ้าอย่างเดียวก็พร้อมอยู่ ถึงแม้เตียงจะออกแนวน่ารักไปสักหน่อย แต่ในห้องมีเครื่องนวดเท้าเตรียมไว้ให้ เผื่อนักท่องเที่ยวคนไหนเดินมาเยอะๆ พอกลับมาถึงห้องจะได้นวดผ่อนคลายก่อนนอนหลับฝันดี

_____________________________________
🧙♂️Universal Japan🪄
และในวันต่อมา ใช่ครับ พวกเราตื่นสาย ไปถึง USJ ตอนบ่ายสอง แต่นั่นไม่ใช่เรื่องแย่ เพราะในวันนั้นเราอยู่ในนั้นจนถึง 5 ทุ่มเลยทีเดียว ในสวนสนุก ผู้คนมากมายจะแต่งตัวตามธีมที่ตัวเองชอบ เช่นบางคนแต่งเป็นนักเรียนฮอกวอร์ต บางคนใส่หมวกการ์ตูนต่างๆ เพื่อให้รู้ว่าตนชอบตัวละครตัวไหน ดังนั้นการที่เราแต่งตัวเป็นตัวละครที่เราชอบนั้น นอกจากจะทำให้คนรอบข้างมีความสุขกับสถานที่แล้ว ยังทำให้เราอินไปกับมันมากขึ้นอีกด้วย. ดังนั้นแล้ว เราจะไปซื้อของในโซน Harry potter เพื่อแต่งตัว ถ่ายรูป แล้วค่อยไปเดินเล่น 55555


หลังจากจบกับโซน Harry potter แล้ว ก็ออกมาเข้าคิวโซน Nintendo กันต่อ เนื่องจากโซนนี้จำเป็นต้องจองตั๋ว แล้วสามารถเข้าไปได้เพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น จึงไม่ควรพลาดเลยทีเดียว

จากนั้นก็เดินเที่ยวและเล่นเครื่องเล่นจนหมดเวลา ได้ออกจาก USJ ประมาณ 5 ทุ่มกว่า ต้องรีบไปสถานีเพื่อขึ้นรถไฟก่อนที่รถไฟเที่ยวสุดท้ายจะหมด เพราะการเดินทางในญี่ปุ่นจะใช้รถไฟเป็นหลัก ต้องคอยระวังเรื่องนี้ให้ดี. หลังจากถึงที่พักก็หาอะไรเย็นๆดื่ม นวดเท้า แช่น้ำอุ่น แล้วก็คลุมโปงนอนรอวันพรุ่งนี้
_____________________________________
🏯大阪城 〔Osaka Castle〕ˎˊ˗
ในวันสุดท้าย เช็คเอาท์จากที่พักเสร็จเรียบร้อย ก็เดินทางไปที่สถานที่สุดท้ายของทริป นั่นก็คือปราสาทโอซาก้านั่นเอง เป็นจุดแลนด์มาร์คอีกหนึ่งที่ที่ควรไปเยี่ยมชม หากได้มาโอซาก้า!

หลังจากนั่นพวกเราก็เดินหาของกินที่มีชื่อเสียงในโอซาก้า อย่างเช่นทาโกะยากิ ซูชิ เนื้อย่าง และอื่นๆ มาลองทานกัน พอตกเย็นก็เดินทางไปยังสนามบินคันไซ เพื่อเตรียมตัวเช็คอินเที่ยวบินของเรา ซึ่งจะบินตอน 3 ทุ่ม จึงจำเป็นต้องมาก่อนเวลาประมาณชั่วโมงถึงสองชั่วโมงนั่นเอง!
ประมาณห้าทุ่มครึ่งเราก็กลับมาถึงโตเกียวแล้ว! ทริปโอซาก้าสองคืนของเราก็ได้จบลง แต่การมาญี่ปุ่นในรอบนี้ยังเหลือเวลาให้เที่ยวอีกเยอะ ดังนั้นจะหาเวลา (และหาเงิน) ไปเที่ยวที่อื่นอีกแน่นอน!
_____________________________________
🏂群馬県 〔Gunma〕ᝰ.ᐟ
อีก 1 เดือนจะกลับไทยแล้ว ขอไปลองเล่น Snowboard สักครั้งแล้วกัน!
มาประเทศญี่ปุ่นช่วงฤดูหนาวก็ต้องมีการพูดถึงการเล่น Snowboard กันบ้าง ซึ่งส่วนตัวอยากจะลองไปเล่นสักครั้งในชีวิต จึงหาสมาชิก จัดทริปไปเล่น Snowboard กันจนได้ในที่สุด! โดยสถานที่ที่จะไปก็คือจังหวัดกุนมะ(群馬県) ในลาน White World นั้นเอง

ในทริปจะไปกันทั้งหมด 10 คน 1 คืน จึงเช่ารถแวนไป ส่วนที่พักเป็นบ้านทั้งหลัง เพื่อให้มีพื้นที่ปาร์ตี้ แล้วก็ที่นอนเพียงพอกับทุกคน โดยบรรยากาศของบ้านพักจะเป็นเหมือนบ้านพักตากอากาศ อยู่ห่างไกลตัวเมือง ให้ความเป็นส่วนตัว มีการตกแต่งด้วยไม้ เฟอร์นิเจอร์ครบครัน มี 4 ห้องนอน และมีอ่างแช่น้ำร้อน เอาไว้ผ่อนคลายร่างกายหลังจากเล่น Snowboard มาเหนื่อยๆ อีกด้วย

เริ่มออกเดินทางตอนเช้า เพื่อให้ไปถึงเพื่อเล่นรอบบ่าย พอไปถึง คนที่ไม่มีอุปกรณ์ก็ต้องไปเช่าจากร้านเช่าที่อยู่ใกล้ๆ โดยราคาจะแตกต่างกันไปตามแต่ละสถานที่ ที่ๆไปเป็นลานที่มีราคาถูกมาก เช่าทั้งตัวเพียง 5000 เยน เท่านั้น แต่ส่วนของผมมีชุดอยู่แล้ว (ยืม HR ใจดีของเรามานั้นเอง แฮะๆ) จึงเช่าแค่บอร์ดกับรองเท้า เป็นราคา 2500 เยน ถือว่าถูกมากเลยทีเดียว

จากนั้นก็จะเป็นการเช่ากระเช้าเพื่อใช้นั่งขึ้นภูเขาไป เพราะถ้าเดินคงเหนื่อยมาแน่นอน เป็นราคา 2500 เยน สำหรับ 1 วัน วิวบริเวณรอบสถานที่สวยงามมาก เพียงแต่ทุกที่เป็นสีขาวไปหมด ทำให้แสบตาได้ง่าย แนะนำให้ใส่แว่นดำจะช่วยได้มากเลย พอขึ้นไปถึง ก็ได้พี่ที่รู้จักช่วยสอนเบสิคให้ ก่อนที่เค้าจะทิ้งเราไว้บนยอดเขา ให้เอาชีวิตรอดลงไปข้างล่างให้ได้คนเดียว (ล้มเป็น10รอบกว่าจะยืนได้รอบนึง)

หลังจากเล่นจนถึงเวลาปิดของลาน snowboard ก็ได้เห็นพัฒนาการของตัวเองว่าเล่นได้ดีขึ้น ล้มน้อยลง กล้าไถลงมาด้วยความเร็วที่มากขึ้น เป็นประสบการณ์ที่หาได้ยากเพราะที่ประเทศไทยไม่มีหิมะตก หากใครชอบความเร็ว ชอบความท้าทาย อยากจะแนะนำให้มาลองสักครั้ง
เลิกเล่นแล้วก็กลับที่พัก แช่น้ำอุ่น ทำอาหาร ปิ้งย่าง แล้วก็ปาร์ตี้กันจนหมดแรง ก็เป็นอันจบทริปเล็กๆนี้ลง หากใครที่มาช่วงฤดูร้อน ก็อาจจะหาโอกาสเล่นได้ยาก แต่ก็เปิดโอกาสให้ทำกิจกรรมอย่างอื่นแทน เช่นการปีนเขา การตกปลา และอื่นๆ

──────────────୨ৎ──────────────
Year 2024 ── .✦
การมาต่างประเทศครั้งแรกของผมเกิดขึ้นในปีนี้ นับเป็นโอกาสที่ดีมาก ที่ได้ร่วมงาน กับบริษัทนี้ ได้พบเจอเพื่อนๆพี่ๆทุกคน และได้ท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น พึ่งมาถึงครั้งแรกคงยังต้องเรียนรู้ภาษา วัฒนธรรม และการใช้ชีวิตไปก่อน พอเริ่มมีประสบการณ์แล้วเราค่อยเก็บสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆกันอีกที มาดูกันว่าการมาทำงานที่ญี่ปุ่น จะเปิดโอกาสให้เราได้ไปเที่ยวที่ไหนกันบ้างนะ
📍早稲田 〔Waseda〕⭑.ᐟ
新年会 (Shin'nenkai) คือการฉลองก่อนขึ้นปีใหม่ ที่ทางบริษัทจะจัดขึ้นทุกปี โดยพนักงานที่สำนักงานหลักทุกคนจะมาเข้าร่วมการเฉลิมฉลองครั้งนี้. ถือเป็นประสบการณ์ที่แปลกและสนุกมาก เนื่องจากส่วนตัวผมไม่ชอบกินอาหารสด แต่ในวันนั้นอาหารจานหลักเป็นซูชิเต็มกล่อง... เปิดประสบการณ์กินปลาสด แต่ก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิดเอาไว้เลย อาหารที่นี่ทำมาสด ไม่มีกลิ่น ทานง่าย จากนั้นก็จะเป็นการดื่มฉลองกัน

_____________________________________
การเที่ยวปีใหม่ครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น เป็นการเช่ารถยนต์ไปกับพี่ที่ทำงาน จุดหมายของเราคือเมือง 伊東(itou) ซึ่งจะมีบ้านของพี่ที่รู้จักรออยู่ ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายเรื่องบ้านพัก ทำให้ทริปนี้เป็นทริปที่คุ้มค่ามาก
🏞️忍野八海 〔Oshino hakkai〕 ๋࣭ ⭑
ที่แรกที่แวะคือ 忍野八海 (Oshino hakkai) หรือเรียกอีกชื่อนึงว่า หมู่บ้านน้ำใส ต้องขอบอกเลยว่าน้ำใส่มาก ใสที่สุดตั้งแต่เคยเห็นมาเลย โดยตัวหมู่บ้านจะเป็นบ้านไม้แบบโบราณ ถนนหนทางเป็นหิน ให้บรรยากาศย้อนยุค นักท่องเที่ยวสามารถถ่ายรูปคู่กับภูเขาไฟฟูจิได้ เนื่องจากมีจุดชมวิวให้ และยังมีร้านของฝากอีกมากมายให้ได้เลือกกัน


ในระหว่างการเดินทางไปสถานที่ต่อไป ก็จะได้ชมคุณลุงฟูจิตลอดเส้นทาง เพราะเค้าใหญ่โตมโหฬารมากจริงๆ ไปที่ไหนก็เห็น ช่วงฤดูหนาวตรงยอดปล่องไปกคลุมไปด้วยสีขาวมากกว่าปกติอีกด้วย ซึ่งในภาพที่เห็นเป็นเพียงช่วงต้นฤดูหนาวเท่านั้น
_____________________________________
🗻富士宮市 〔Fujinomiya〕 𓏲 ๋࣭ ࣪ ˖
สถานที่ต่อไปคือ Fujinomiya – Hara โดยที่นี่จะเป็นน้ำตกที่มีจุดชมวิวภูเขาไฟฟูจิอีกเช่นกัน รวมๆบรรยากาศเป็นธรรมชาติมากๆ หากเดินขึ้นมาด้านบนจะมีร้านขายของฝาก จุดพัก และได้วิวฟูจิสวยๆไปอีกแบบ


บรรยากาศไม่ธรรมชาติได้ไง ไม่มีนักท่องเที่ยวเลยซักคน 555555555
_____________________________________
🛣️蓼原 〔Tadehara〕⸝⸝
สถานที่ต่อไปคือ Fuji – Tadehara เป็นสะพานธรรมดาๆ ที่สามารถเห็นฟูจิได้ชัดเจน เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวบางกลุ่มเลือกที่จะผ่านมาถ่ายรูป ซึ่งขอบอกเลยว่าตอนเย็นๆ แสงสีส้มๆ พระอาทิตย์กำลังจะตก ช่วงเวลานั้นเป็นอะไรที่สวยมาก

_____________________________________
⛰️大室山 〔Omuroyama〕⊹ ࣪ ˖

หลังจากพักผ่อนไป 1 คืน ในวันถัดไปเราก็ได้ไปที่ Ito – Futo ซึ่งเป็นเนินเขาที่มี ropeway ให้นั่งขึ้นไปบนยอดเขา ในระหว่างทางจะมีกล้องถ่ายรูปซ่อนไว้ ถ้าเราไหวตัวทัน เราก็จะสามารถแอ็คใส่กล้อง แล้วได้ภาพที่สวยงามออกมา
_____________________________________
🌉お台場 〔Odaiba〕 ๋࣭ ⭑⚝

ผ่านไปหนึ่งเดือน ก็ได้เวลาที่ผมจะออกเที่ยวอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้เป็นการไปแบบเช้าเย็นกลับ ณ เมืองบนเกาะเทียม Odaiba. ในเมืองนี้จะขึ้นชื่อด้านความทันสมัย ดังนั่นก็ไม่แปลกที่จะมีหุ่นยนต์กันดั้มตัวใหญ่เท่าตึกยืนอยู่...

นอกจากนั้นเมืองนี้ยังอยู่ติดทะเล ทำให้การมาเที่ยวที่นี่ดูมีอะไรมากขึ้น หากเป็นช่วงตอนพระอาทิตย์ตกน่าจะสวยมากอย่างแน่นอน
_____________________________________
🏢中野 〔Nakano〕 ๋࣭ ⭑

และแล้ววันนั้นก็มาถึง วันที่หิมะตกและยังเป็นหิมะแรกของผมอีกด้วย เป็นภาพบรรยากาศที่สวยมาก

คืนนั้นเป็นคืนแรกและคืนสุดท้าย ที่หิมะจะตกที่โตเกียว ในเช้าวันต่อมา จะเหลือแค่กองหิมะที่คนกวาดไว้ข้างทาง นับว่าโชคดีมาก ที่ได้เห็นหิมะตกในโตเกียว เพราะในหนึ่งปีหิมะจะตกที่โตเกียวแค่ครั้งถึงสองครั้งเท่านั้น
_____________________________________
🏔️箱根 〔Hakone〕જ⁀➴

ช่วงปลายเดือนที่สอง ผมได้มีโอกาสไปเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง และนักท่องเที่ยวส่วนมากก็นิยมมาเที่ยวที่นี่กันอีกด้วย ซึ่งที่แห่งนั้นก็คือ Hakone นั้นเอง. โดยการเดินทางใช้เป็นรถไฟ Romance car เป็นรถไฟแบบ express ที่จะจอดแค่บางสถานีเท่านั้น ทำให้สามารถเดินทางมาถึงได้ภายในเวลาสองชั่วโมง หากซื้อ Hokone free pass ไว้ ก็จะสามารถใช้ท่องเที่ยวใน Hakone ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สำหรับสายที่ร่วมรายการ เช่นรถไฟ Odakyu, Ropeway, Pirate Ship เป็นต้น . แต่เมื่อมาถึงแล้ว บนภูเขาปกคลุมไปด้วยหิมะ ทำให้การเดินทางลำบาก และรถบัสก็หยุดวิ่งอีกด้วย ทำให้ทริปนี้ทั้งทริปต้องเดินเท้าไปเกือบทั้งหมด แลกกับสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยหิมะที่สวยงาม สำหรับผมถือว่าคุ้มค่ามาก
_____________________________________
🧜♀️Tokyo Disney Sea🫧

ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเวลาเที่ยวในเมืองบ้างแล้ว ซึ่งสถานที่ที่เลือกก็คือ Disney Sea! โดยที่หากใครสนใจจะไป วันธรรมดาค่าตั๋วจะถูกกว่า แล้วก็ต้องซื้อตั๋วล่วงหน้าอย่างน้อยๆ 2 วันด้วย แล้วก็เตรียมยืนต่อคิวเข้าเครื่องเล่นไว้ด้วยนะ

เครื่องเล่นแรกที่เล่นคือ Indiana jones Crystal Skull ซึ่งเป็นเครื่องประเภทนั่งรถราง ระหว่างทางก็จะมีเหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้น แล้วจะมีแอบถ่ายรูปเราตอนท้ายอีกด้วย (ใช้เวลารอคิว 80 นาที)

พอเข้าไปภายในก็จะมีการตกแต่งบริเวณรอบๆด้วย Theme เกี่ยวกับนักผจญภัยล่าสมบัติ ให้ได้ถ่ายรูปและรับรู้เนื้อเรื่องคร่าวๆได้

โซนต่อไปจะเป็นปราสาท Atlantica Castle เป็นปราสาทในเรื่อง The little mermaid นั่นเอง ซึ่งทำออกมาได้ดีมากๆ บรรยากาศจะมืดๆ พร้อมแสงไฟหลากสี ให้อารมณ์เหมือนอยู่ใต้ทะเลจริงๆ ซึ่งโซนนี่เครื่องเล่นจะเหมาะสำหรับเด็ก จึงไม่ได้เล่นเครื่องเล่นในโซนนี่เลย

เดือนสำรวจภายในจะมีห้องต่างๆ ที่มีของเล่นและมุมถ่ายรูปให้เล่นตามทาง เดินเพลินๆได้เป็นชั่วโมงเลยทีเดียว

ทุกคนที่ไป Disney Land หรือ Disney Sea จะต้องสวมอะไรไว้บนหัว ด้วยเหตุผลบางอย่าง ซึ่งผมเลือกที่จะซื้อหมวก Toy Story มาใส่ เพื่อให้เข้ากับทุกคนที่นั่นได้55555

เริ่มตกเย็นแล้ว ถึงเวลาไปล่องเรือ Venice ตามสไตล์อิตาลี ให้เหมาะกับช่วงเวลาพระอาทิตย์ตก
ใช้เวลาต่อคิวประมาณ 40 นาที กับการล่องเรือ Venice ช่วงเย็น ซึ่งจะมีคนภายเรือให้และพูดแนะนำสถานที่ต่างๆ หากลอดใต้สะพานก็สามารถหลับตาอธิษฐานขอพรได้ด้วยนะ



ภาพบรรยากาศกลางทะเลสาบช่วงเย็น เป็นภาพที่สวยงามมาก
ช่วงเวลาที่สวยที่สุดคือช่วงตอนกลางคืน เป็นบรรยากาศในเรื่องราพันเซลฉากล่องเรือนั่นเอง เห็นแล้วละสายตาไม่ได้เลยทีเดียว และหลังจากนี้จะมีโชว์กลางน้ำชุดใหญ่ ซึ่งถ้าอยากดูก็ต้องไปหาดูกันเอาเองนะครับ 😉

จบไปแล้วกับ Disney Sea เราก็นั่งรถไฟ Disney Resort Line กลับบ้านกัน เป็นการเที่ยวที่ดีที่สุดตั้งแต่มาญี่ปุ่นเลย ยังไงก็ต้องไปอีกให้ได้ จนกว่าจะเล่นครบทุกเครื่อง 55555
_____________________________________
🐲江の島 〔Enoshima〕♡⸝⸝
ทริปสุดท้ายของการมาญี่ปุ่นรอบนี้ คือการไปเที่ยว 1 ในสถานที่ท่องเที่ยวแบบ one day trip ยอดฮิต นั่นก็คือ Kamakura (鎌倉)และ Enoshima (江の島)นั่นเอง ซึ่งมี free pass ให้ได้ใช้นั่งรถไฟเที่ยวได้แบบฟรีๆ 1 วันเต็มๆ เหมาะกับการหนีห่างจากเมืองหลวง ไปท่องเที่ยวตามธรรมชาติ เข้าวัดขอพรกันไป

( รูปจากเว็บไซต์ thegate12 )
โดยทริปนี้ผมจะไปแบบ 2 วัน 1 คืน โดยจะนอนที่โรงแรมใกล้ๆสถานี Fujisawa Station เวลาจะเดินทางไปไหนจะได้เดินจากโรงแรมไม่ไกลเกินไป และซื้อ pass แบบรวมสาย Odakyu และ Enoden เข้าด้วยกัน ทำให้สามารถกลับไปถึง Shinjuku ได้แบบฟรีๆเลยทีเดียว
การเดินทางมายังเกาะ Enoshima นั้นง่ายมากครับ คือลงที่สถานี Katase-Enoshima แล้วก็เดินข้ามสะพานไปยังเกาะได้เลยครับ ไม่ไกลมาก เดินชมวิวทะเลสวยๆประมาณ 10 นาทีก็จะมาถึงเกาะ ซึ่งระหว่างเดินเขาขึ้นไปก็จะมีอะไรให้ได้เดินดูไปตามทางครับ


รูปปั้นบอกว่า ถ้าหากคุณหาอะไรเจอรอบๆหินนี้ คุณจะโชคดีครับ เนื่องจากคนในรูปปั้นนี้สะดุดหินก้อนนี้สลบไป ตื่นมาเจอเข็มอยู่เล่มนึง ทำให้เค้าไปฝึกวิชาฝังเข็มจนกลายเป็นหมอฝังเข็มที่โด่งดังมากครับ ไม่รู้เกี่ยวอะไรกันยังไง แต่ก็อ่านเพลินๆดีครับ 5555555

และก็เดินมาจนเจอศาลแรกของเรา หากหน้าศาลมีกล่องแบบนี้อยู่แสดงว่าเราสามารถขอพรได้ครับ โดยเค้าจะมีวิธีขอพรของเค้า โดยขอจากศาลกับขอจากวัดใช้คนละวิธีกันครับ ขอที่ศาลเราจะเดินไปโยนเหรียญเข้าไปในกล่อง จากนั่นคำนับ 2 ครั้ง ตบมือ 2 ครั้ง แล้วก็พนมมือขอพรครับ ขอเสร็จแล้วก็คำนับอีก 2 ครั้งเป็นอันเสร็จสิ้น

นี่คือหินรูปเต่า ที่เค้าบอกว่ามีคนคนหนึ่ง พยายามหาหินมาใช้ทับกระดาษไม่ให้ปลิว (?) แล้วก็มาเจอหินรูปเต่า เค้าเลยมอบหินนี่ให้กับ Enoshima... ไม่เข้าใจ ทำไมหินทับกระดาษมันต้องใหญ่อะไรขนาดนี้ก่อน 55555

ในถ้ำจะเปิดมาด้วยการจัดแสงไฟไว้ตามเพดานถ้ำครับ จะไม่มีรูปแกะสลักอะไรมากมาย เน้นความสวยงามอลังการ

พอเดินเข้าไปข้างในก็จะเห็นรูปปั้นมังกรครับ ซึ่งเป็นมังกรชั่วร้ายที่มาตกหลุมรักธิดาเบนไซเต็น ซึ่งเป็น 1 ใน 7 เทพแห่งโชคลาภนั่นเองครับ เป็นมังกรที่คอยปกป้องคุ้มครองเกาะ Enoshima แห่งนี้ หากเราเดินเข้าไปใกล้ๆแล้วตบมือเสียงดังๆมังกรจะคำรามออกมาครับ ถือเป็นของเล่นเล็กๆน้อยๆเอาไว้ให้เด็กๆกลัวกัน 55555
วันแรกก็จบกันไปแล้วกับเกาะ Enoshima วันที่สองจะเป็นวันที่เที่ยวใน Kamakura อย่างเดียว โดยผมจะเน้นเที่ยววัดดังต่างๆ เพื่อขอพรแล้วก็สุ่ม Omikuji (เหมือนเซียมซีบ้านเรา แต่เราต้องเสียตังเพื่อร่วมชิงโชค)
_____________________________________
⛩️鎌倉 〔Kamakura〕౨ৎ

วัดแรกก็จะเป็นวัดพระใหญ่ไดบุตสุ โคโทคุอินครับ โดยวัดนี้จะมีรูปหล่อพระที่ใหญ่มากๆอยู่ เราก็ทำการโยนเหรียญขอพรครับ โดยที่เราคำนับแค่ครั้งเดียวแล้วขอพรเลย ไม่เหมือนกับการขอพรจากศาลเจ้าครับ จากนั่นก็เดินไปเลือกซื้อเครื่องราง เสียดายที่วัดนี้ไม่มี Omikuji ให้ได้ชิงโชค แต่ก็เป็นสถานที่ที่คุ้มค่ากับการไปเที่ยวครับ บอกเลยว่าคนไทยเยอะมากครับ นึกว่าอยู่ประเทศไทย 555555555
วัดต่อไปจะเป็นวัด Meigetsu-in ที่เค้าเชื่อว่าบนดวงจันทร์มีกระต่ายตำข้าวอยู่ครับ พวกเครื่องราง ของตกแต่งวัดเลยจะเป็นกระต่ายซะส่วนใหญ่ โดยไฮไลท์ของวัดนี้คือหน้าต่างวงกลมที่มองทะลุไปจะเห็นวิวสวนของโชกุนในสมัยก่อนครับ

วิวที่ได้เห็นหลังกระจกบานนี้จะเปลี่ยนไปตามฤดูต่างๆครับ เป็นที่ๆไม่ว่าจะเมื่อไหร่ก็คุ้มค่ากับการมาเที่ยวสุดๆเลย
ต่อไปจะไปต่อศาลเจ้าบนเขา Zeniarai Benten ครับ ซึ่งไม่ได้ถ่ายรูปไว้เลย เป็นศาลเจ้าที่หากเรานำเงินไปล้าง จะมีความเชื่อว่าเงินจะพอกพูนขึ้นมาเหมือนกับดอกไม้บานครับ จากนั่นที่สุดท้ายก็จะเป็นวัดซามูไร Tsurugaoka Hachimangu ครับ เป็นวัดที่เหล่าซามูไรเก่งๆจะมาพักอยู่ และถือเป็นสถานที่ที่คอยปกป้องคุ้มครอง Kamakura จากสิ่งชั่วร้ายต่างๆครับ ไม่ได้ถ่ายรูปไว้เยอะเช่นกัน เนื่องจากฝนตกหนัก แต่เป็นที่ที่สวยมากครับ ล้อมไปด้วยแม่น้ำตาม เหมือนกันค่ายทหารในหนังเก่าๆเลย
จากนั่นที่สุดท้ายก็จะเป็นวัดซามูไร Tsurugaoka Hachimangu ครับ เป็นวัดที่เหล่าซามูไรเก่งๆจะมาพักอยู่ และถือเป็นสถานที่ที่คอยปกป้องคุ้มครอง Kamakura จากสิ่งชั่วร้ายต่างๆครับ ไม่ได้ถ่ายรูปไว้เยอะเช่นกัน เนื่องจากฝนตกหนัก แต่เป็นที่ที่สวยมากครับ ล้อมไปด้วยแม่น้ำตาม เหมือนกันค่ายทหารในหนังเก่าๆเลย

บรรยากาศรอบๆวัดจะตกแต่งแบบย้อนยุค เดินไปที่ไหนก็มีจะโคมไฟสีส้มๆ รู้สึกอบอุ่นไปตลอดการเยี่ยมชม
ก็จบไปแล้วกับการมาญี่ปุ่นในช่วงเดือน 10 ปี2023 ถึงเดือน 3 ของปี 2024 เป็นประสบการณ์ครี่งปีที่เติมเต็มหลายๆอย่างมากๆ ถ้าไม่ได้มาอยู่ที่นี่ก็คงหาประสบการณ์แบบนี้เองได้ยากครับ เพื่อนๆพี่ๆคอยช่วยเหลือตลอด ในรอบต่อไปก็คาดว่าจะมาเที่ยวหลายๆที่อีกเช่นเคย และหวังว่าจะได้ทำความรู้จักกับคนใหม่ๆมากขึ้นในอนาคต อย่างไรก็ตามการมาญี่ปุ่นก็คือการมาทำงาน ดังนั้นก็ต้องตั้งใจเรียนภาษาญี่ปุ่นที่ไทย จะได้มาทำงานได้อย่างเต็มที่ในรอบต่อไปด้วย!
──────────────୨ৎ──────────────